บทความเกี่ยวกับสุขภาพ
คุณอยู่ที่นี่ : หน้าหลัก / ลูกค้ารายบุคคล สุขภาพดีกับบูพา / บทความเกี่ยวกับสุขภาพ
Bookmark and Share
ยาเคมีบำบัด ย้อนกลับ
ยาเคมีบำบัด เป็นยาหลักในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง    ในปัจจุบันมียาในกลุ่มนี้มากกว่า 90 ชนิด การเลือกใช้ยาเคมีบำบัดชนิดใดขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค และสภาพร่างกายของผู้ป่วย

นานาสาระของยาเคมีบำบัด

ยาเคมีบำบัดจะไปทำลายเซลล์มะเร็งโดยการยับยั้งการแบ่งตัวและการเกิดใหม่ของเซลล์มะเร็ง เซลล์ปกติของร่างก็จะถูกทำลายไปพร้อมๆกัน อย่างไรก็ตามเซลล์ปกติ นี้สามารถ ซ่อมแซมตัวเองและกลับมาทำหน้าที่ได้ดังเดิม

แพทย์ใช้ยาเคมีบำบัดในการรักษาโรคมะเร็งหลากหลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือแม้กระทั่งโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้แพทย์ยังยาเคมีบำบัดร่วมไปกับวิธีการรักษาอื่นๆ ได้แก่ การฉายแสง (radiotherapy) การผ่าตัด (surgery)  การรักษาโดยใช้ยาฮอร์โมน (hormonal therapy) โดยยาเคมีบำบัดจะช่วย
  • ลดขนาดของก้อนมะเร็งก่อนการผ่าตัดหรือการฉายแสง
  • ยับยั้งการกลับเป็นซ้ำของเซลล์มะเร็งภายหลังการผ่าตัดหรือการฉายแสง
  • ใช้เป็นการรักษาเดี่ยวๆ  ในมะเร็งที่ตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดเป็นอย่างดี
การเลือกชนิดของยาเคมีบำบัดขึ้นกับ
  • ชนิดของเซลล์มะเร็ง
  • อวัยวะที่เกิดมะเร็ง
  • อวัยวะที่เซลล์มะเร็งมีการกระจายออกไป
  • สภาพร่างกายของผู้ป่วย
การเตรียมตัวก่อนให้ยาเคมีบำบัด

ทีมดูแลผู้ป่วยมะเร็งประกอบไปด้วย แพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญทางด้านมะเร็งวิทยา นักโภชนาการ เภสัชกร นักจิตวิทยา นักกายภาพบำบัด ซึ่งจะให้คำแนะนำและเตรียมผู้ป่วยก่อน   ระหว่างและภายหลังการได้ยาเคมีบำบัด

การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมได้แก่
  • การตรวจเลือดและปัสสาวะ เพื่อดูการทำงานของ ไขกระดูก ตับ และไต
  • การวัดระดับความดันโลหิหิต
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ การทำ   echocardiogram
  • การตรวจการทำงานของปอด
  • การตรวจ x ray, CT scan, หรือ MRI ตามความเหมาะสม  
การบริหารยาเคมีบำบัดสามารถทำได้โดยการรับประทาน  ซึ่งสามารถบริหารยาที่บ้านได้เอง หรือการให้ยาทางหลอดเลือดซึ่งจำเป็นต้องให้ที่โรงพยาบาล

ทีมแพทย์จะคอยให้คำแนะนำการปฎิบัติ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการให้ยาเคมีบำบัด ซึ่งผู้ป่วยสามารถสอบถามและทำความเข้าใจจากทีมแพทย์ เพื่อความเข้าใจโรคและการรักษาโดยละเอียด

วิธีการให้ยาเคมีบำบัด

โดยส่วนใหญ่แพทย์จะให้ยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือดและโดยการกิน  อย่างไรก็ตามยังมีการให้ยาเคมีบำบัดทางอื่นๆได้แก่
  • การฉีดเข้าไปในกระดูกสันหลัง (intrathecal  injection)
  • การฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (intramuscular injection)
  • การฉีดเข้าใต้ชั้นผิวหนัง (subcutaneous injection)
  • การฉีดเข้าไปในช่องต่างๆของร่างกาย เช่น กระเพาะปัสสาวะ
ในกรณีการให้ยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือด แพทย์อาจเลือกใช้ วิธีดังต่อไปนี้
  • ผ่านทางเส้นเลือดดำขนาดเล็กที่บริเวณแขน หรือมือ
  • ผ่านทางหลอดเลือดดำใหญ่ (central line)
  • ผ่านทาง peripherally inserted central catheter line (PICC)  ซึ่งเป็นสายที่ใส่ทางหลอดเลือดดำขนาดเล็กแต่มีความยาวไปถึงหลอดเลือดดำขนาดใหญ่
  • ผ่านทาง port ซึ่งวางฝังอยู่ใต้ผิวหนัง
  • ผ่านทางเครื่อง  infusion pump ซึ่งสามารถพกพาได้
การให้ยาเคมีบำบัดจะให้เป็นช่วงเวลา และมีเวลาหยุดพักเพื่อที่ร่างกายจะได้ฟื้นตัว ระยะเวลาฟื้นตัวอาจเป็นเวลาหลายๆวันจนถึงหลายๆสัปดาห์
 
 การฟื้นตัวหลังจากได้รับยาเคมีบำบัด

ผู้ป่วยมักมีอาการอ่อนเพลียภายหลังจากได้รับยาเคมีบำบัด จึงควรหลีกเลี่ยงการทำงานหนัก

ผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัด

เนื่องจากยาเคมีบำบัดไม่ได้ทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็งแต่ยังทำลายเซลล์ร่างกายปกติที่มีการแบ่งตัวเร็ว ได้แก่ เซลล์ผิวหนัง เซลล์ไขกระดูก เซลล์เส้นผม เซลล์เยื่อบุช่องปาก และทางเดินอาหาร อาการข้างเคียงจากยาเคมีบำบัดได้แก่
  • อ่อนเพลีย
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • ผมร่วง
  • มีแผลในปาก    การรับรสของลิ้นเสียไป
  • ชาปลายนิ้ว
  • ผิวหนังแห้งหรือมีการเปลี่ยนสี
  • ได้ยินเสียงผิดปกติ
ผลข้างเคียงจะแตกต่างกันตามชนิดของยาเคมีบำบัด และตามการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย แต่โดยส่วนใหญ่ผลข้างเคียงต่างๆนี้สามารถรักษาได้  สุภาพสตรีที่ได้รับยาเคมีบำบัดควรหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ นอกจากนี้ยาเคมีบำบัดยังมีผลกระทบต่อการมีบุตรในอนาคต แพทย์อาจแนะนำให้มีการเก็บไข่ หรือ ตัวอ่อน หรือ สเปิรม์ ไว้เพื่อการมีบุตรในอนาคต  ยาเคมีบำบัดบางชนิดยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวในอนาคต  ดังนั้นแพทย์ที่ดูแลจะพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ปริมาณยาเคมีบำบัดที่มากเกินจำเป็น

เนื่องจากความหลากหลายของยาเคมีบำบัดและความแตกต่างของผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัด ก่อนการให้ยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยจึงควรจะได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยละเอียด
ก่อนหน้า   ถัดไป
 
Related Tips
โรคหอบหืด
โรคหอบหืดเป็นภาวะที่มีผลต่อทางเดินหายใจทำให้หายใจลำบาก คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคหอบหืดที่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมสามารถใช้ชีวิตตามปกติ หากปล่อยไว้ไม่รักษาสามารถทำให้เกิดผลกระทบต่อทางเดินหายใจได้ มีจำนวนน้อยรายที่การกำเริบอย่างรุนแรงทำให้ถึงแก่ชีวิต
อ่านเพิ่มเติม
โรคโลหิตจางจากภาวะขาดธาตุเหล็ก
บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อคนที่เป็นโรคโลหิตจางจากภาวะขาดธาตุเหล็ก ในเนื้อหาจะมีข้อมูลเกี่ยวกับอาการ สาเหตุ และการรักษา
อ่านเพิ่มเติม
โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดฉับพลัน (Heart attacks)
โรค heart attack เกิดขึ้นเมื่อมีการอุดตันหลอดเลือดโคโรนารี
อ่านเพิ่มเติม
เอ็มอาร์ไอ สแกน
MRI scans คือ เทคนิคพิเศษที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานสูงและคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างภาพของอวัยวะภายในร่างกาย ภาพที่ได้จะเป็นสามมิติ และถูกซอยออกเป็นแผ่นบางๆ แสดงให้เห็นถึงกระดูก, เนื้อเยื่ออ่อน (เช่น กล้ามเนื้อ เส้นประสาท และหลอดเลือด), อวัยวะ (เช่น สมอง และหัวใจ) ซึ่งจะเห็นรายละเอียดได้มากกว่าเมื่อเทียบกับเทคนิคอื่นๆ เช่น X-ray หรือ Ultrasound
อ่านเพิ่มเติม
ทำไมต้องบูพา?
  • บูพามีประสบการณ์ด้านประกันสุขภาพมายาวนานกว่า 60 ปี
  • บูพามีเครือข่ายโรงพยาบาลและคลินิกมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศไทย
  • บูพามีการรับประกันการต่ออายุตลอดชีพ
         อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับทำไมต้องบูพา?
 
 
สอบถามข้อมูลแผนประกัน
สอบถามข้อมูล หรือสนใจสมัครประกัน
โทร 0 2232 8555
สอบถามข้อมูลออนไลน์
ท่านสามารถสอบถามข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ โดยบูพาจะทำการติดต่อกลับท่าน
โดยเร็วที่สุด
สุขภาพดีกับบูพา
สุขภาพในที่ทำงาน
อาหารและโภชนาการ
ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
ดูแลสุขภาพจิต
บทความเกี่ยวกับสุขภาพ