บทความเกี่ยวกับสุขภาพ
คุณอยู่ที่นี่ : หน้าหลัก / ลูกค้ารายบุคคล สุขภาพดีกับบูพา / บทความเกี่ยวกับสุขภาพ
Bookmark and Share
โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดฉับพลัน (Heart attacks) ย้อนกลับ


 
โรค heart attack หรือ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือ โรคหลอดเลือดโคโรนารีอุดตัน เกิดขึ้นเมื่อมีการอุดตันหลอด
เลือดโคโรนารี ซึ่งนำเลือดไปเลี้ยงเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ  ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและอาจถึงแก่ชีวิต

นานาสาระของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Heart attacks)

ในประเทศอังกฤษมีผู้ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดใหม่ประมาณ 111,000 ต่อปี โดยพบบ่อยในผู้สูงอายุและในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ปัจจัยเสี่ยงของโรคได้แก่
  • การสูบบุหรี่
  • ภาวะโคเลสเตอรอลในเลือดสูง
  • เบาหวาน
  • ความดันโลหิตสูง
  • มีประวัติโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในครอบครัว
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • ภาวะโรคอ้วน
  • ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากเกินไป
วิดีโอ "โรคหลอดเลืิอดหัวใจอุดตัน เกิดขึ้นได้อย่างไร?"



 
อาการของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดที่บริเวณกลางหน้าอก โดยจะรู้สึกแน่นแน่น คล้ายหัวใจถูกบีบรัด หรือมีอาการจุกแน่นท้องคล้ายอาหารไม่ย่อย ในบางครั้งอาจมีอาการมากจนหมดสติได้ อาการอื่นๆได้แก่
  • อาการปวดซึ่งร้าวไปที่ กราม คอ แขน หลัง หรือลงไปที่ลิ้นปี่
  • เหงื่อออก ใจสั่น
  • เวียนศีรษะ
  • คลื่นไส้อาเจียน
โดยในผู้ป่วยสูงอายุและเบาหวานอาจจะมีอาการดังกล่าวไม่ชัดเจน

โรคนี้ถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
ภาวะแทรกซ้อนของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

ในระยะ 2-3 วันแรกหลังกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง หัวใจอาจเต้นผิดจังหวะ หรือเกิดการเจ็บหน้าอกได้ใหม่ นอกจากนี้กล้ามเนื้อหัวใจที่ตายยังทำให้ความสามารถในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกายทำได้ลดลง ทำให้อวัยวะต่างๆได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ เรียกภาวะดังกล่าวว่า โรคหัวใจวาย (heart failure) ยิ่งบริเวณที่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมาก โอกาสในการเกิดโรคหัวใจวายยิ่งเพิ่มขึ้น

บางคร้งผู้ป่วยอาจเกิดภาวะซึมเศร้าหลังเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เนื่องจากความกังวลจากตัวโรคและการฟื้นตัวจากโรค ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆที่พบไม่บ่อย ได้แก่ การเกิดการอุดตันของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงปอด กล้ามเนื้อหัวใจทะลุ เยื้อหุ้มหัวใจอักเสบ การโป่งพองของกล้ามเนื้อหัวใจ (aneurysm)

สาเหตุ

สาเหตุหลักได้แก่ ภาวะ atherosclerosis ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีการสะสมของไขมันใต้ผนังหลอดเลือดโคโรนารีจนทำให้หลอดเลือดมีขนาดเล็กลง เมื่อผนังของหลอดเลือดโคโรนารีเกิดการฉีกขาด ทำให้เกิดก้อนเลือดอุดตันหลอดเลือดโคโรนารีทั้งหมด และเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดตามมา

การวินิจฉัยโรค

สามารถทำได้โดยอาศัยการ
  • การตรวจร่างกาย
  • การตรวจเลือดซึ่งจะทำให้ทราบว่ากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยงมากเท่าไร
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • การสวนหลอดเลือดโคโรนารี (coronary angiogram) ซึ่งทำโดยการฉีดสีเข้าไปในหลอดเลือดโคโรนารี
  • การตรวจ echocardiogram
การรักษา

ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาภายในโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ควรได้รับ  aspirin (ถ้าไม่มีข้อห้าม)  เนื่องจาก aspirin ช่วยลดการอุดตันของหลอดเลือดโคโรนารีได้เป็นอย่างดี ควรได้รับ oxygen และยาแก้ปวด  ในบางครั้งผู้ป่วยอาจเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เรียกว่า ventricular fibrillation และต้องได้รับการ ช้อคไฟฟ้า (cardiac defibrillation)

การรักษาภายในโรงพยาบาล   

การเปิดหลอดเลือดโคโรนารี มีการรักษาหลัก 2 วิธีได้แก่

- การใช้ยาสลายลิ่มเลือด (thrombolysis) ยาสลายลิ่มเลือดจะไปสลายลิ่มเลือดที่อุดตันหลอดเลือดโคโรนารี ทำให้เลือดสามารถไปเลี้ยงเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามยาสลายลิ่มเลือดทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกได้ง่าย ทำให้ไม่สามารถให้ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกง่าย เช่นในผู้ป่วยภายหลังการผ่าตัดใหม่ๆ

- การสวนหลอดเลือดหัวใจ (coronary angioplasty) โดยใช้บอลลูน ไปเปิดหลอดเลือดโคโรนารี ทำให้เลือดสามารถไปเลี้ยงเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจได้ตามปกติ ในบางครั้งแพทย์อาจใช้ขดลวด ที่เรียกว่า stent ไปถ่างหลอดเลือดโคโรนารีไว้ภายหลังการทำบอลลูน

การรักษาภายหลังกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

ภายหลังการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ผู้ป่วยจำเป็นต้องทานยาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ ยาที่ช่วยป้องกันการกลับเป็นซ้ำได้แก่ ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น ยาแอสไพริน หรือ clopidogrel ยาลดไขมันกลุ่ม statin ยากลุ่ม angiotensin-converting enzyme inhibitors และยากลุ่ม beta-blocker และในบางครั้งอาจได้รับยากลุ่ม fish oil

นอกจากการใช้ยาเพื่อการป้องกันการกลับเป็นซ้ำ การทำกายภาพฟื้นฟูหัวใจที่เรียกว่า cardiac rehabilitation program 11-16 ครั้งต่อเนื่องกัน สามารถทำให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น
 
การป้องกัน

เราสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้โดย
  • ไม่สูบบุหรี่
  • ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้โรคอ้วน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที และอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์
  • ทานอาหารที่มี ไขมันต่ำ และมี fiber สูง
  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ มากเกินไป (ไม่เกิน 4 ยูนิตต่อวัน และ 3 ยูนิตต่อวัน ในผู้ชายและผู้หญิง ตามลำดับ)
ก่อนหน้า   ถัดไป
 
Related Tips
โรคเบาหวานชนิดที่ 1
โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด เกิดเนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมน อินซูลินได้อีกต่อไป
อ่านเพิ่มเติม
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดที่สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว โรคนี้มีผลกระทบต่อเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า lymphocytes และเป็นมะเร็งเม็ดเลือดที่พบบ่อยที่สุดในเด็กพบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง
อ่านเพิ่มเติม
โรคท้องผูก
อุปนิสัยการขับถ่ายอุจจาระของแต่ละบุคคลอาจมีความแตกต่างกัน เช่น บางคนถ่ายอุจจาระวันหนึ่งหลายครั้ง บางคนอาจถ่ายอุจจาระวันเว้นวัน ถือเป็นเรื่องปกติของแต่ละคน แต่การขับถ่ายจะเป็นปัญหา
อ่านเพิ่มเติม
การพักผ่อนนอนหลับที่เหมาะสม
คนทุกคนต้องการการพักผ่อนนอนหลับ แต่นานแค่ไหนจึงจะพอดี พ่อแม่มือใหม่อาจสงสัยว่าจะให้เด็กทารกนอนหลับนานแค่ไหนดี กังวลว่าลูกวัยรุ่นอาจนอนไม่เพียงพอ หรือผู้สูงอายุไม่สามารถหยุดสัปหงกในระหว่างวันได้ บทความนี้จะกล่าวถึงความต้องการนอนหลับในช่วงอายุต่าง ๆ ของชีวิตเรา
อ่านเพิ่มเติม
ทำไมต้องบูพา?
  • บูพามีประสบการณ์ด้านประกันสุขภาพมายาวนานกว่า 60 ปี
  • บูพามีเครือข่ายโรงพยาบาลและคลินิกมากกว่า 400 แห่งทั่วประเทศไทย
  • บูพามีการรับประกันการต่ออายุตลอดชีพ
         อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับทำไมต้องบูพา?
 
 
สอบถามข้อมูลแผนประกัน
สอบถามข้อมูล หรือสนใจสมัครประกัน
โทร 0 2232 8555
สอบถามข้อมูลออนไลน์
ท่านสามารถสอบถามข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ โดยบูพาจะทำการติดต่อกลับท่าน
โดยเร็วที่สุด

สุขภาพดีกับบูพา
สุขภาพในที่ทำงาน
อาหารและโภชนาการ
ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
ดูแลสุขภาพจิต
บทความเกี่ยวกับสุขภาพ