บทความเกี่ยวกับสุขภาพ
คุณอยู่ที่นี่ : หน้าหลัก / ลูกค้ากลุ่มองค์กร / บทความเกี่ยวกับสุขภาพ
Bookmark and Share
โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ย้อนกลับ
โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด เกิดเนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมน อินซูลินได้อีกต่อไป จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า insulin-dependent diabetes

นานาสาระของโรคเบาหวานชนิดที่ 1

ในประเทศสหราชอาณาจักร พบอุบัติการณ์ของเบาหวานทั้งชนิดที่ 1 และ 2  รวมกันประมาณ 2.6 ล้านคน  โดยมีเพียง 1 ใน 10 ที่จะเป็นเบาหวานชนิดที่ 1     โรคนี้สามารถเกิดได้ทุกช่วงอายุ แต่มักเกิดในคนที่อายุน้อยกว่า 40 ปี

ดังที่ได้กล่าวในตอนต้นว่า โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นโรคที่เกิดขี้นเนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้อีกต่อไป หน้าที่ของอินซูลินคือเป็นฮอร์โมนหลักในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

โดยทั่วไปเมื่อเรารับประทานน้ำตาล กลูโคสซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในอาหารและเครื่องดื่มจะถูกย่อยและดูดซึมในลำไส้ หลังจากนั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานให้กับร่างกายต่อไป

ตับอ่อนซึ่งวางตัวอยู่หลังกระเพาะอาหาร เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน เมื่อฮอร์โมนอินซูลินมีระดับลดลงจะทำให้ระดับน้ำตาลมีค่าที่สูงขึ้น และทำให้เกิดโรคเบาหวานตามมา

ชนิดของเบาหวาน

สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดที่ 1 และ 2  โดยพบเบาหวานชนิดที่ 1 เพียง 5-10 รายในผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด

อาการของเบาหวานชนิดที่ 1

ได้แก่
  • ปัสสาวะบ่อย
  • หิวน้ำบ่อย
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีอาการอ่อนเพลียง่าย
  • การมองเห็นลดลง
โดยอาการดังกล่าวมักจะเกิดขึ้นในระยะเวลาเป็นสัปดาห์ ถ้าผู้ป่วยมีอาการดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์
 ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1

ได้แก่ ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป (hyperglycemia) หรือ ต่ำเกินไป  (hypoglycemia)

ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง (hyperglycemia)

สามารถเกิดได้เมื่อผู้ป่วยมีภาวะเครียด เจ็บป่วย ขาดยา insulin หรือขนาดยา insulin ที่ใช้อยู่ไม่เพียงพอ เมื่อเกิดภาวะนี้ขึ้นจะส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดอาการ หิวน้ำบ่อย เหนื่อยง่ายและอ่อนเพลีย
ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญและรุนแรง ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 คือภาวะ diabetic ketoacidosis หรือเรียกย่อๆ ว่า         DKA      โดยผู้ป่วยจะมีอาการ อาเจียน หายใจเร็ว และหอบลึก ในบางครั้งจะได้กลิ่นลมหายใจเป็นกลิ่นของสารคีโตน (ketone) หรือกลิ่นน้ำยาทาเล็บ ภาวะนี้เป็นภาวะฉุกเฉิน ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีเนื่องจากสามารถทำให้เสียชีวิตได้
สำหรับภาวะแทรกซ้อนระยะยาวเมื่อมีระดับน้ำตาลสูง ได้แก่
  • ภาวะไตเสื่อมเรื้อรัง
  • ภาวะเส้นประสาทส่วนปลายอักเสบ
  • การมองเห็นลดลง
  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • โรคอัมพาต
ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycemia)

ทำให้ผู้ป่วยมีอาการคล้ายจะเป็นลม เหงื่อออกมาก สับสน ใจสั่น การรักษาในเบื้องต้นคือการให้ทานสารที่มีรสหวานเช่น ลูกอม น้ำอัดลม หรือขนมปัง  ถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีสามารถทำให้หมดสติหรือเสียชีวิตได้

สาเหตุของเบาหวานชนิดที่ 1

เบาหวานชนิดที่  1 เกิด เมื่อเซลล์ตับอ่อนชนิด beta (beta cell) ซึ่งทำหน้าที่ในการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน ถูกทำลายโดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยยังไม่ทราบชัดเจนว่าเหตุใดระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงสร้างภูมิต้านทานมาทำลายเซลล์ตับอ่อนของตัวเอง

การวินิจฉัยเบาหวานชนิดที่ 1

เริ่มจากแพทย์ทำการซักประวัติ และการตรวจทางห้องปฏิบัติการได้แก่
  • การตรวจปัสสาวะ เพื่อตรวจหา สารกลูโคสหรือคีโตนที่รั่วออกมาในปัสสาวะ
  • การตรวจเลือด ที่เรียกว่า fasting blood glucose โดยการงดน้ำและอาหารก่อนการเจาะเลือด
ถ้าตรวจพบว่ามีการเพิ่มขึ้นของน้ำตาลมากกว่าเกณฐ์มาตรฐาน สามารถให้การวินิจฉัยได้

เมื่อตรวจพบภาวะเบาหวานชนิดที่ 1 ผู้ป่วยควรจะไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไป

การรักษา

ถึงแม้ว่ายังไม่มีการรักษาใดที่ทำให้ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 หายขาดได้ แต่เราสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฐ์ปกติได้โดยการ ปรับเปลียนพฤติกรรมการทานอาหาร ออกกำลังกาย และการใช้ยา

การใช้ยา

เราใช้ยา insulin เป็นยาหลักในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เราสามารถบริหารยา อินซูลิน ได้ 2 ทาง ได้แก่
  • การฉีดยา  วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมมากสุด โดยการฉีดยาอินซูลินเข้าที่ขั้นใต้ผิวหนังก่อนมื้ออาหาร 
  • การใช้เครื่อง insulin pump วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถคุมระดับน้ำตาลได้ เมื่อทำการฉีดยาเป็นครั้งๆ เครื่อง insulin pump จะถูกกำหนดให้ปล่อยยาในอัตราที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง
การดูแลตัวเอง

การควบคุมระดับน้ำตาลสามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนี้          
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ 3 มื้อต่อวัน ถ้าผู้ป่วยเกิดภาวะน้ำตาลต่ำบ่อยๆ ควรจะมีลูกอม พกติดตัวไว้
  • ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ และอย่างน้อย 10 นาทีต่อครั้ง
  • การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ควรจะไม่เกินจากที่แนะนำ
  • ควรงดสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ และสมองตีบ
ในบางโรงพยาบาลจะมีโปรแกรมที่เรียกว่า DAFNE (dose adjustment for normal eating) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยสอนการปรับขนาดยาอินซูลิน

การตรวจติดตามระดับน้ำตาล

ผู้ป่วยสามารถตรวจติดตามระดับน้ำตาลของตนเองได้โดยใช้เครื่องตรวจขนาดเล็ก ที่เรียกว่า home test kit  โดยใช้เข็มขนาดเล็กเจาะเลือดจากปลายนิ้ว หยดเลือดลงบนแผ่นตรวจและใส่แผ่นตรวจเข้าไปในเครื่องอ่าน 

ระดับน้ำตาลที่เหมาะสม
  • ก่อนอาหารอยู่ที่ 72-126 mg/dl (4-7 mmol/L)
  • หลังอาหารอยู่ที่ น้อยกว่า 162 mg/dl (9 mmol/L)
ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ ถึงความถี่ในการตรวจติดตามระดับน้ำตาลในเลือด

นอกจากการตรวจติดตามระดับน้ำตาล ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจหาระดับน้ำตาลสะสม ( HbA1C) อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง  ระดับน้ำตาลสะสมนี้จะบ่งบอกถึงระดับน้ำตาลในช่วงระยะเวลาย้อนหลังไป 2-3 เดือน
ก่อนหน้า   ถัดไป
 
Related Tips
โรคเบาหวานชนิดที่ 1
โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด เกิดเนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมน อินซูลินได้อีกต่อไป
อ่านเพิ่มเติม
ระบบหมุนเวียนเลือด
ระบบหมุนเวียนเลือดประกอบไปด้วยหัวใจ หลอดเลือดและเลือดซึ่ง ระบบหมุนเวียนโลหิตมีหน้าที่สูบฉีดเลือดและนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย อีกทั้งยังนำพาคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นของเสียไปยังปอดเพื่อขับออกจากร่างกายอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม
โรคเมอร์ส (MERS)
โรคเมอร์ส เป็นเชื้อสายพันธุ์หนึ่งในกลุ่มไวรัสโคโรนา (MERS Corona Virus :MERS CoV) ขณะนี้พบว่า การระบาดส่วนใหญ่อยู่ในประเทศแถบตะวันออกกลาง และล่าสุด มีการระบาดที่เกาหลีใต้ซึ่งมีรายงานการติดเชื้อจากคนสู่คนในวงจํากัด ซึ่งพบในกลุ่มผู้ป่วยด้วยกัน หลายกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
ภาวะข้อไหล่ติดแข็ง
ข้อไหล่ของเรามีลักษณะเป็นข้อต่อรูปบอลในเบ้า ซึ่งสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างนุ่มนวล อีกทั้งในบริเวณนั้นยังมีเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่แข็งแรง เรียกว่า แคปซูล ซึ่งห่อหุ้มข้อไว้ด้วย ในภาวะข้อไหล่ติดแข็ง คือ ภาวะที่เกิดการอักเสบ(ปวดและบวม)
อ่านเพิ่มเติม
ทำไมต้องบูพา?
  • บูพามีประสบการณ์ด้านประกันสุขภาพมายาวนานกว่า 60 ปี
  • บูพามีเครือข่ายโรงพยาบาลและคลินิกมากกว่า 400 แห่งทั่วประเทศไทย
         อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับทำไมต้องบูพา?
 
 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ติดต่อสอบถามข้อมูลประกันสุขภาพสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ
โทร 0 2677 0000 Ext. 5501
สอบถามข้อมูลทางอีเมล
ท่านสามารถสอบถามข้อมูลผ่านทางอีเมล โดยบูพาจะทำการติดต่อกลับท่านโดยเร็วที่สุด

สุขภาพดีกับบูพา
สุขภาพในที่ทำงาน
อาหารและโภชนาการ
ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
ดูแลสุขภาพจิต
บทความเกี่ยวกับสุขภาพ